วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2559

คุณยายอาจารย์ที่เราเรียกกันจนติดปากหรือมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง หรือ คุณยายจันทร์ ขนนกยูง  ผู้สร้างวัดพระธรรมกาย  ผมเองดีใจที่ได้มาทันได้พบคุณยายสมัยที่ท่านยังมีชีวิต ตอนนั้นผมอยู่มัธยมปลาย ได้มาอบรมศีลธรรมที่วัดพระธรรมกาย (ประมาณปี 2529)  ก็ได้ยินเรื่องราวของท่านได้มาพบท่านจริงอีกปรามาณ4-5ปีต่อมา  สิ่งที่ประทับใจมากก็คือความเรียบง่ายของท่าน   ท่านจะนั่งรับแขกที่โรงครัวก็ไม่มีพิธีรีตรองอะไร ใครอยากจะกราบท่านก็ต่อแถวเดินเข้าไปกราบ   บางคนมีปัญหาต่างๆในชีวิตก็ไปขอให้ท่านช่วย ท่านก็ช่วยทุกรายไป  และท่านไม่ถือตัวเลยยกมือพนมไหว้ทุกๆคนที่ไปกราบท่าน ผมเองยังพนมมือรับไหว้ท่านเกือบไม่ทันเลย  อันต่อมาคือความสะอาด เสื้อผ้าที่ท่านใส่นั้นเป็นผ้าขาวที่ขาวสะอาดจริงๆ เนื้อตัวแม้จะผอมแต่ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลดูแล้วมีความสดชื่นใจจริงเห็นแล้วอบอุ่นน่าเข้าใกล้  ข้อต่อมาคือความตรงของท่าน ท่านจะพูดตรงๆเวลาใครมาถามอะไรท่านบางคนยายก็ตอบตรงๆไม่อ้อมค้อมคำพูดท่านฟังแล้วเหมือคนโบราณพูดห้วนๆแต่ได้ใจความ ตรงใจแทงใจ กลับมาบ้านแล้วคำพูดท่านยังดังอยู่ในหูเลย (อันนี้เคยโดนมาเอง)  อันสุดท้ายคือคุณธรรมคุณวิเศษของท่าน  ท่านไม่ปิดบังเลยว่า ท่านฝึกสมาธิแล้ว ท่านได้อะไรเห็นอะไร  ท่านก็บอกกล่าว ไม่อ้อมค้อม  เช่นการระลึกชาติ การเห็นองค์พระธรรมกายภายใน  การไปดูภพภูมิของผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว อันนี้ท่านพูดบอกตรงๆ ไม่กลัวใครจะหาว่าท่านอวดอุตตริ  พูดเรียบๆ แต่ฟังแล้วทึ่งจริง ๆเลยครับ
                             มันทำลายความสงสัยประการหนึ่งที่ผมสงสัยมาตั้งแต่เด็กแล้วว่านรกสวรรค์มีจริงหรือไม่ไปถามใครก็ตอบไม่ตรงใจสักคนเลี่ยงไปเลี่ยงมา พอจะถามจริงๆว่าไปเห็นมารึยังก็จบแบบว่า อนุมาณเอา จนถึงมัธยมต้น ก็ยังไม่แน่ใจ จนมาพบหนังสือเดินไปสู่ความสุขของวัดพระธรรมกายนี่แหละที่ทำให้พอมีเค้าว่านรกสวรรค์น่าจะมีจริงนะ  แล้วมาตอกย้ำความมั่นใจ (แบบตอกตะปูย้ำ)เรื่องนรกสวรรค์ก็คุณยายนี่แหละที่ไม่มีอ้อมค้อมแบบพูดตรงๆ เรียบๆ แต่จริงจัง  ท่านจึงเป็นกัลยาณมิตรที่ช่วยให้คนทั้งโลกที่ใฝ่รู้เรื่องราวความจริงของชีวิต(ซึ่งมีมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ) ได้คลายความสงสัยเหมือนหงายของที่คว่ำ เหมือนเปิดของที่ปิด ให้ทุกคนได้รู้อย่างกระจ่างแจ้ง เกิดความรักบุญกลัวบาป ปรับชีวิตหลายๆคนให้เดินถูกทาง และไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต   ผมคิดว่าจำเป็นนะที่ ต้องมีบุคคลเช่นท่านเพราะปัจจุบันนี้ กระแสโลกถาโถมด้วยราคะโทสะโมหะ ปั่นคนทั้งโลกให้วิ่งวุ่นกันอยู่ด้วยกิน กาม เกียรติ วนกันอยู่ทั้งชาติ ตายแล้ว ยังไม่รู้เลย ว่าชีวิตเกิดมาทำไม การเดินสวนกระแสโลกที่แรงต้องมีบุคคลที่แข็งแกร่งที่กล้าท้าความจริง ของโลกและชีวิต กระแทกจิตสำนึกของผู้คนที่หลับไหลต่อการทำความดี ให้ตื่นขึ้น มันยากมากนะครับ ที่ใครจะทำเช่นคุณยายได้  
                           คุณยายจึงถือได้ว่าเป็นมหาปูชนียาจารย์ที่โลกต้องจารึกไว้ว่า เป็นมหากัลยาณมิตรแห่งโลก ใบนี้ผู้ปลุกความดีในใจผู้คนให้เบ่งบาน ทำความดีอย่างทุ่มเทด้วยจิตใจที่เบิกบาน และเป็นสุขและมั่นใจในโลกนี้โลกหน้าอย่างกระจ่างแจ้งเหมือนแสงสว่างที่ส่องมาในยามราตรีต้องขอกราบขอบพระคุณคุณยายจันทร์  ขนนกยูง ด้วยเศียรเกล้าครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น